โค้ช เจนวาย ให้ทำงานร่วมกับ เบบี้บูมเมอร์

24 เมษายน 2013 10:26 am Leadership

“โค้ชเกรียงศักดิ์คะ ไม่ทราบว่าสะดวกคุยไหมคะ”  คุณเจน โค้ชชี่ของผมโทรศัพท์มาหา ผมบอกให้เธอเริ่มคุยได้ตามสบาย

“โค้ชคะ กรุณาโค้ชเจนให้สามารถทำงานร่วมกับนายได้ใหมคะ  ท่านเป็นเบบี้บูมเมอร์ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแลพนักงานเจนวายจำนวนมาก”

“คุณลองบอกให้ผมทราบหน่อยครับว่า ความเป็นเบบี้บูมเมอร์ของท่านทำให้คุณทำงานได้ยาก หรือไม่ดีอย่างไร”

“อย่างแรกคือ ท่านคิดว่าตนมีประสบการณ์มากกว่าเจน และคิดไปว่าทุกสิ่งที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จในอดีตจะยังคงใช้ได้กับสถานการณ์ในปัจจุบัน

อย่างที่สอง สไตล์การทำงานของท่านคือ การออกคำสั่งและควบคุม ในคอลัมน์ของโค้ชได้เคยเขียนเกี่ยวกับการโน้มน้าวใจพนักงานที่ต้องใช้ความรู้ในการทำงานใว้มากมาย แต่ท่านไม่ค่อยได้นำวิธีการช่วยให้ผู้อื่นคิดด้วยการใช้คำถามมาประยุกต์ ท่านยังคงสอนมากกว่าที่จะโค้ช

อย่างที่สามคือ ท่านยังคงติดอยู่ในวังวนของระบบอาวุโสแบบจ้าขุนมูลนาย ทั้งที่โลกเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ท่านก็ยังยืนกรานที่จะตัดสินใจเองในทุกๆเรื่องแทนที่จะกระจายอำนาจการตัดสินใจแก่ทีมงาน”

“แล้วเจนต้องการให้ผมช่วยอย่างไรครับ”

“บอกทางออกเรื่องนี้แก่เจนค่ะ”

“ทำไมคุณถึงอยากให้ผมบอก”

“เพราะโค้ชมีประสบการณ์มากกว่า”

“น่าสนใจมากครับ” แล้วผมก็เงียบไปครู่หนึ่ง

“อะไรหรือคะโค้ช”

“เจน คุณลองย้อนกลับไปมองการสนทนาของเราเมื่อสักครู่สิครับ คุณคิดว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยหรือไม่”

เจนใช้เวลาชั่วครู่เพื่อสะท้อนความคิดของตน  “อ้อ  เจนเองก็หวังว่าจะให้โค้ชบอกทางแก้ให้เพราะคิดว่าโค้ชมีประสบการณ์มากกว่า เป็นสิ่งเดียวที่เจนปฏิบัติเมื่อทำงานร่วมกับเจ้านาย”

“เริ่มต้นได้ดีครับ ทีนี้  เรากลับมาที่คำถามของคุณ  คุณคิดว่าคุณต้องทำอย่างไรเพื่อให้เจ้านายของคุณปฏิบัติตนต่างไปจากเดิม”

“เจนก็ไม่แน่ใจค่ะ  พอจะบอกแนวทางให้เจนได้ใหมคะ”

“โอเคครับ แต่ผมจะไม่ได้บอกคำตอบตรงๆกับคุณหรอกนะ”

“เพราะอะไรคะโค้ช”

“เพราะคำตอบของผมนั้นใช้ได้ดีเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ทุกวันนี้แล้วก็ได้

ผมขอถามคุณเพิ่มอีกหน่อย – ในบรรดาเจนวายทั้งหมดในออฟฟิตของคุณ ใครมีความสามารถในการโน้มน้าวเจ้านายของคุณได้ดีที่สุด”

“แพทค่ะ”

“คุณคิดว่าแพททำอะไรที่แตกต่างไปจากเจนวายคนอื่นๆบ้าง”

“แพทเป็นคนที่ดูมีวุฒิภาวะสูงกว่าคนอื่นๆ เธอเตรียมตัวดีก่อนเริ่มทำงาน

แพทบอกเจนว่า – ทุกๆบ่ายวันอาทิตย์เธอจะวางแผนว่าในสัปดาห์นี้จะต้องทำอะไรบ้าง 1) ศึกษาวาระการประชุมล่วงหน้า 2) ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะต้องทำในสัปดาห์นี้ 3) อ่านหนังสือพิมพ์และบทความทางธุรกิจ 4) เตรียมข้อมูลต่างๆสำหรับนาย

เจ้านายพอใจกับความกระตือรือร้นของเธอในการเตรียมตัว และการหาข้อมูลโดยไม่ต้องสั่งเป็นอย่างมาก

เพราะเธอเตรียมตัวมาดี ทำให้รู้เรื่องต่างๆมากกว่าคนอื่น ทำให้ในระหว่างการประชุม เจ้านายเป็นฝ่ายสั่งการสมาชิกในทีมแทบทุกคน แต่ในกรณีของแพท ท่านจะถามเธอว่า แพท คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือ แพท คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”

“เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับ มีอีกไหมครับ”

“เธอทำงานเสร็จก่อนวันกำหนดส่งด้วยผลงานที่มีคุณภาพสูง ตัวอย่างคือ เจ้านายสั่งให้ทุกคนไปทำกรณีศึกษาความเป็นไปได้สำหรับทุกกลุ่มสนใจของตลาดถ้าเราจะปล่อยสินค้าตัวใหม่ ท่านให้เวลาสองสัปดาห์ แพททำเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง และยังมาพร้อมกับสามทางเลือกอีกด้วย – คือกรณีที่ GDP 5%, 3% หรือ 6%”

“ผมประทับใจมากครับเจน”

“และเรื่องสุดท้ายคือ แพทไม่ให้ความสำคัญกับแนวความคิดเรื่องการทำงานแยกกันเป็นไซโลของแต่ละแผนกในองค์กร เมื่อใดที่ต้องทำงานโครงการที่ข้ามสายงาน ความล่าช้าก็มักจะเกิดขึ้นเพราะความไม่ชัดเจนของหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้มีหน้าที่ที่ไม่มีใครยอมทำ แทนที่จะถามว่าใครจะรับไปทำ แพทจะรับมาทำเองเสมอโดยใช้เวลาส่วนตัวในตอนเย็น หรือวันเสาร์”

“เจน คุณเองก็ทราบคำตอบของคำถามของตนเองอยู่แล้วนี่ครับ ถ้าคุณทำเหมือนที่แพททำ คุณก็จะได้รับความไว้วางใจและอำนาจการตัดสินใจจากเจ้านายมากยิ่งขึ้น คุณคิดเช่นนั้นหรือเปล่า”

“แต่ว่าเจนต้องทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมายเลย”

“นอกจากนี้มีอะไรอีกที่ยังกังวลใจอยู่”

“เพื่อนๆอาจคิดว่าเจนทะเยอทะยาน อยากก้าวข้ามพวกเขาไป”

“อะไรทำให้คุณคิดเช่นนั้นครับ”=

“เพราะทุกคนนินทาแพทแบบนั้น”

“แล้วคุณคิดว่าจะโน้มน้าวเพื่อนๆของคุณให้คิดต่างไปได้อย่างไรครับ”

“เจนจะใช้วิธีเดียวกับที่โค้ชใช้กับเจนเมื่อสักครู่ค่ะ ถามคำถามเพื่อให้พวกเขาคิดได้เอง”

“ดีครับๆ คุณวางแผนในใจใว้อย่างไรบ้างครับ”

“พรุ่งนี้เจนจะเริ่มต้นด้วยการเข้าหาเพื่อนคนที่มีทัศนคติเป็นบวกและต้องการก้าวหน้าก่อน เมื่อเราเข้าใจตรงกันแล้ว ค่อยกระจายไปสู่คนอื่นๆ”

“โชคดีนะครับเจน”